หน้าแรก

23 พฤศจิกายน 2556

ล้มมวย...อย่าไปกลัว

ทุกๆสัปดาห์รายการมวยไทย 7 สี ก่อนที่มวยจะถึงเวลาชกก็มักจะมีกระแสข่าวต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับนักมวยที่จะขึ้นชกในรายการว่า มวยตัวนี้ซ้อมไม่ถึง หรือแม้กระทั่งมวยตัวนั้น “รับงาน” มาจนต้องมีการสอบสวนก่อนปล่อยขึ้นชก ซึ่งกระแสเหล่านี้ต้องยอมรับว่าสร้างความสนใจให้กับแฟนๆมวยเป็นอย่างมาก วันนี้จึงขอเสนอเรื่องราวเกี่ยวมวยล้ม
นับเป็นความเชื่อที่มีการถกเถียงมาตลอดไม่ว่าจะเป็นยุคไหนสมัยใดเกี่ยว กับเรื่องของ “มวยล้ม” โดยถึงขั้นถูกกล่าวหาว่า เป็นมะเร็งร้ายที่ทำลายวงการมวยไปโน่น หรือมวยล้มคือต้นเหตุที่ทำให้วงการมวยเสื่อมถอย เรียกว่าท่องตามๆกันมาเป็นนกแก้วนกขุนทองเลยว่างั้นเถอะ ทั้งๆที่จริงๆแล้ว “มวยล้ม” แทบจะเกิดขึ้นมาพร้อมๆกับวงการมวยเลยก็ว่าได้ เพราะมวยก็เปรียบเสมือนเป็นเกมการพนันชนิดหนึ่ง ในเมื่อคนเริ่มเล่นการพนันแน่นอนว่าย่อมจะต้องมีการโกงเกิดขึ้นในเกมการพนัน แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีการโกงเกิดขึ้นในเกมการพนันนั้นๆ ที่บอกว่าล้มมวยเป็นตัวบ่อนทำลายวงการมวย จึงไม่น่าจะใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์นัก เพราะตั้งแต่ยุคไหนสมัยใดวงการมวยมันก็ยังคงอยู่ของมันตลอดไป ไม่ได้ล้มหายตายจากโลกนี้ไปเลยแม้แต่ช่วงเวลาเดียว
ถ้าเราทำใจให้เป็นนักเล่นได้-เสีย อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ จะว่าไปแล้ว “การจ้างล้มมวย” มันก้คงจะเหมือนเป็น “กลโกง” ชนิดหนึ่งซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับเกมการพนันแทบชนิด อย่างการเล่นไพ่ ไม่ว่าจะไพ่อะไรร้อยทั้งร้อยย่อมต้องมีการโกงร่วมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน หรือไฮโลก็ยังมีการถ่วงลูกเต๋า ฝังแม่เหล็ก ฝังรีโมท ทุกอย่างล้วนแต่เป็นกลโกงทั้งนั้น และ โดยเฉพาะกับเกมพนันมวย การจ้างมวยล้มการข่มขู่นักมวย หรือแม้กระทั้ง การวางยานักมวย ที่จะสามารถกำหนดผลแพ้-ชนะ กับมวยคู่นั้นๆ ได้สิ่งเหล่า นี้ก็ล้วนแต่เป็นกลโกงทั้งสิ้น จะเปรียบไปก็คงจะเหมือนห่วงโซ่อาหารของวงการมวยก็ว่าได้
และทุกวันนี้ กลโกง ที่เหนือชั้นกว่าการทำมวยล้มก็คือ การปั่น หรือการ สร้างกระแส ก่อนมวยชก ซึ่งวิธีนี้คนที่จะทำได้จะต้องเป็นบุคคลที่คนในวงการมวยให้ความเชื่อถือ อย่างมวยบางคู่โดยชื่อและฟอร์มอาจจะห่าง ถ้าปล่อยให้ชกกันไปตามตามเกมตามธรรมชาติ ขึ้นไปราคาคงต่อแพง อาจถึงขั้นต่อไม่ติดจนไม่ได้เล่นก็เป็นได้ จึงเกิดมีการ สร้างข่าวสร้างกระแส ก่อนชกว่า มวยตัวเป็นต่อแพงๆ ไฟท์นี้มาได้ไม่ดี ไม่พร้อมอย่างนั้นอย่างนี้ จนทำให้ราคาต่อรองตื้นขึ้น มาได้ เพราะคนตื่นข่าวตื่นกระแสจนแห่เล่นตรงข้ามจากนั้นกลุ่มเซียนที่สร้างกระแสก็ ไป ช้อนกิน แบบเชือดนิ่มๆ ซึ่งมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ
ฉะนั้นคนเล่นมวยตู้อย่างเราๆ ประเภทเล่นหลักร้อย หลักพัน หรืออย่างเก่งก็หลักหมื่น ถ้ารักจะเล่นก็อย่าไปสนใจกับเรื่องของมวยล้ม เลย และต้องเข้าใจอยู่อย่างว่า เกมการพนันมวย ไม่ใช่เล่นคู่เดียวแล้วสามารถจะรวยได้ซึ่งมันไม่เหมือนอย่างการซื้อ ล็อตเตอรี่ที่ซื้อคู่เดียวแล้วมีสิทธิ์ถูกรางวัลที่หนึ่ง หรือถูกรางวัลแจ็คพ็อตหลาย ๆ ล้านแล้วรวยได้เพียงชั่วข้ามคืน
ปล. ทีมงานมวยหูพันมหาชัย ฝากแฟนๆ มวยตู้ ทั้งหลาย ขอให้มีสติก่อนเล่นทุกทั้ง ด้วยความหวังดีจาก มวยหู พัน มหาชัย
พากย์สด ติดขอบเวที บรรยายด้วยประสบการณ์ โทรติดง่าย เสียงดังฟังชัด ด้วยระบบและทีมงานมืออาชีพ การันตีโดย “พัน มหาชัย” 081-2723222 , 083-3111733 ,0835577033 , 087-8451100
มวยหู
มวยหู

10 ตุลาคม 2556

พากย์มวย ต้อง มวยหูพันมหาชัย

ที่สุดของความคุ้มค่ามวยหูพันมหาชัย(เสียงเทพ)


ผู้นำด้านมวยหู (มวยตู้สะท้าน) เราเป็นยุคแรกๆที่มีการจัดทำ มวยหู และเปิดให้บริการซึ่งแรกๆยังไม่เป็นที่ รู้จักมากนักแต่เนื่องจากราคาที่รวดเร็วและพากย์ได้ตรงใจลูกค้าเช่น ความรวดเร็วในการพากย์ทำให้ราคาที่ลูกค้านำไปเล่นหน้าตู้ได้เปรียบมากๆและ ผลมวยและทิศทางการเข้าของ ของเซียนมวยในเวที บรรยากาศ ปัจจัยต่าง ๆ ทำให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการกับเราสามารถนำไปทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ลูกค้าเก่าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง บอกต่อกันปากต่อปาก ลูกค้าใหม่เข้ามา ทำให้ปัจจุบันมีคนคากับเรามากกว่า 300 สาย และคุณภาพของเสียงที่ลูกค้าได้รับชัดเจน เพราะเราใช้กล่องประชุมสาย ทำให้คุณภาพเสียงชัดเจนเหมือนอยู่ในเวทีผลมวยสั่งได้จากมวยหูพันมหาชัย โฟกัส ช่อง 3,7,TGN
ตัวจริงเสียงจริงมวยหูพันมหาชัย รับประกันคุณภาพ เสียงเทพจาก แดงหมอชิต พากย์สดเจอตัวจริงได้ทุกเวที
มวยหูพันมหาชัย แดงหมอชิตการันตีพากย์กันสดๆรุ่นเล็กหลบไปขาใหญ่มาเองบรรยากาศในสนาม
ยินดีต้อนรับสู่ มวยหู พันมหาชัยวิธีการสมัคร มวยหูพันมหาชัย (คุณภาพ พรี่เมี่ยม)
Untitled-2_06
day300_09week500_09month1500_09
โอนเข้าบัญชี รักพงศ์ กาญจนโภคิน
กสิกร copyเมื่อท่านโอนแล้ว แจ้งมาที่ 081-2723222 แจ้งโอนและแจ้งเครือข่ายที่ท่านใช้aisทางทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อแจ้ง "เบอร์มวยหูพันมหาชัย" และเบอร์ CallCenter
ที่สุดของมวยหูต้องมวยหูพันมหาชัย
เทคนิคการเล่น “มวยหน้าตู้” สำหรับ “มือใหม่”
สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งแวะเข้ามาในเว็บไซต์ของเรานั้น เราต้องขอบอกว่านี่คือ “อาวุธคู่กาย” ของนักต่อสู่ที่เพิ่งเริ่มจะหันมาเล่น “เกมพนันมวย” จริง ๆ เพราะตลอดระยะเวลายาวนานที่เราได้นำเสนอแนวทาง หรือวิธีการที่จะสามารถรอบรู้ถึงเล่ห์เหลี่ยม ของการเล่นมวย ซึ่งมีมากมายหลายวิธี
วงการมวยยุคนี้ก็ยังมีนักเล่นประเภท “มือใหม่หัดขับ” เกิดขึ้นอยู่ทุกวี่ทุกวัน โดยเฉพาะนักเล่นที่ต่อสู่อยู่ตาม “หน้าตู้” และเพื่อเป็นการเริ่มต้นที่จะก้าวเดินไปในถนนสายนักสู้เส้นนี้ให้ได้ยาวนานที่สุด ทางเว็บไซต์มวยหูพันมหาชัยนั้น จึงอยากเสนอแนะเทคนิคการเล่นมวยหน้าตู้สำหรับผู้เล่นมือใหม่ ซึ่งข้อมูลที่นำเสนอส่วนอาจจะมาจากประสบการณ์ของผู้เขียน และอีกบางส่วนก็มาจากบรรดาเซียนมวยรุ่นเก่า ๆ ที่ คร่ำหวอดวงการมานานซึ่งท่านเหล่านั้นต่างก็ยอมให้ข้อมูลโดยที่ไม่อยากเปิดเผยตัวจึงขอขอบคุณทุก ๆ ท่านมา ณ ด้วยที่นี้
เทคนิคมวยหู
เทคนิคการเล่นมวยตู้สำหรับมือใหม่
สำหรับเทคนิคที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ที่อาจจะมีประโยชน์สำหรับนักเล่นมือใหม่เอาไว้ใช้ปและฉุกคิดในเวลาเล่น เพื่อไม่ให้เสียเปรียบคู่เล่น หรือหากจะเสียเปรียบก็คงน้อยลงกว่าเดิมอย่างแน่นอน แม้อาจจะไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ต้องการก็ตาม แต่เชื่อว่าถ้าผู้เล่นมือใหม่นำเทคนิคเล็ก ๆ น้อยเหล่านี้ไปใช้ ท่านอาจจะไม่ใช่หมูที่ให้พวกเสือขย้ำกินอีกต่อไปก็เป็นได้
ทำไมต้องใช้บริการมวยหู
อันดับแรกเลยในการเล่นมวยยุคนี้คงต้องยอมรับว่าถึงจะเก่งกาจแค่ไหนก็ตาม แต่ยังไงทุกคนที่เล่นมวยหน้าตู้ก็ควรต้องมีตัวช่วยนั่นก็คือระบบ “คาหู” เรียกว่าเล่นมวยยุคนี้ยังไงก็ต้องมี “หู” ติดตัวไว้ ส่วนหูที่เราควรจะเลือกใช้ ควรประกอบด้วยอะไรบ้างสิ่งเหล่านี้เราก็ควรต้องรู้
ยิ่งในยุคปัจจุบันนี้ระบบคาหูหรือที่เรียนกกันติดปากว่า “หู” นั้นมีโฆษณาให้เห็นมากมาย ถ้าจะนับจำนวนก็น่าจะมีเป็นร้อย ๆ เจ้าให้เลือกใช้ แต่การที่จะหาหูระดับ Premium นั้น หายากมาก ๆ บางท่านเปลี่ยนหูมามากมายหลายเจ้าก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ บางคนอยากได้หูแบบมี “ทีเด็ด” ซึ่งส่วนมากก็มักจะเจอ
“ของเก๊” แทบทั้งนั้น ทีนี้เราลองมาดูว่า หลักในการเลือกหูมีอะไรบ้าง
  1. เลือกหู(มวยหู)ที่เน้นพากย์ในเวทีและตู้ใหญ่เป็นหลัก เราสังเกตุง่าย ๆ ก็คือ หูที่พากย์ในเวทีหรือตู้ใหญ่ ราคาค่อนข้างรวดเร็ว ช้ากว่ากัน +/- ไม่เกิน 2 วินาที (เทียบจากคนที่ใช้มวยหูข้าง ๆ เรา) เสียงบรรยากาศจะค่อนข้างดังและฟังยาก
  2. เลือกหูหรือมวยหูที่เน้น บรรยากาศ การเล่นภายในเวทีสามารถเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มากบอกแก่สมาชิกได้เช่น บอกว่าขาใหญ่คนนั้นคนนี้กำลังเข้ามามวยตัวนี้ มีฉีดยานักมวยเท่านั้นเท่านี้ แจ้งราคาต่อรองรอดไม่รอด หรือไล่ไม่ไล่แก่สมาชิก เพื่อชิงความได้เปรียบ แม้กระทั่งคะแนนที่จะมีการประกาศก่อนล่วงหน้าและคะแนนออกมาผิดปกติ (บางช่องจะมีการไล่ลงจากเวที)
  3. การบอกว่ามวยตัวนั้น “จะล้ม” มวยตัวนั้นจะมีงาน ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะเป็นการขายเบอร์ทั้งสิ้นพยายามหาหูที่เน้นบอก สภาพนักมวยหลังชั่งน้ำหนัก และการซ้อมโดยรวมมากกว่า เพราะเราเล่นมวยมาสู้ ดีกว่าหามวยล้มมาเล่น ซึ่งมวยหูที่มีพร้อมสรรพดั่งที่กล่าวมา ที่มีพร้อมทั้งหมดเพื่อนๆ ก็จะได้มวยหูที่มีคุณภาพมากๆ มาใช้แล้ว

**เทคนิคเล็กๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงๆ**

ยกตัวอย่างซักหน่อยนะครับ ช่อง3วันเสาร์ เวทีอ้อมน้อย เป็นเวทีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้มวยประเภทเดินอัด ชน พลังเยอะ ๆ ค่อนข้างได้เปรียบ พวกมวยจังหวะฝีมือจะหนีค่อนข้างยาก
เป็นเวทีที่ บรรดาเซียน ขาใหญ่จะมากันเยอะมากๆ เรียกว่ารวม เสือ สิงห์ กระทิง แรด จึงทำให้เกิดการปั่นราคากันง่ายมากๆ ส่วนการตัดสินของกรรมการ เท่าที่ผ่านๆ มักจะตัดสินไปตามหน้าเสื่อ ตามกระแสของบรรดาขาใหญ่ น้อยครั้งมาก ๆ ที่ตัดสินสวนราคา
(อันนี้ทีเด็ด ของมวยหูพันมหาชัย)
อย่างบางครั้งมวย 3ยกราคาไหลไปเยอะ พอยก4 ขาใหญ่ บรรดาเซียนมวย “ช้อนรอง” ราคาก็พร้อมจะข้ามฟากได้เลย ฉะนั้นการเล่นมวยช่อง3 จึงเล่นค่อนข้างยาก(ถ้าไม่มี หูเด็ด) พูดง่ายๆ เล่นตามหน้าจอแล้วกะด้วยสายตา เสร็จแน่นอน เราไม่ควรรีบเล่นควรดูทิศทางลมดีๆ ก่อนจะจิ้มจะใส่ โดยยึดหลักว่า “เล่นมวยรอง ตัวใหญ่ เข่าในเหนียว” เอาไว้ก่อน เพราะมวยทรงนี้ ยังไงชกที่อ้อมน้อยต้องได้เปรียบอย่างแน่นอน
สุดท้ายเรื่องของบรรยากาศเสียงเชียร์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของช่อง3 เพราะสามารถกดดันกรรมการได้ดีเลยทีเดียว เล่นตามเซียนยังไงก็มีเปรียบ
ฝากมวยหูพันมหาชัยไว้ด้วยนะครับ เพราะที่กล่าวๆ เรามีครบทุกอย่างที่สามารถทำให้เพื่อน ๆ ได้เปรียบ และมีความสุขทุก ๆ การใช้บริการของเรา
มวยหูพันมหาชัยเสียงเทพจากแดงหมอชิต

ความรู้เกี่ยวกับ "มวยหู"

1377457230582ดิมทีวงการมวยไทยบ้านเรานั้น มีการพนันเป็นวงกว้าง ซึ่งเราต้องยอมรับอยู่แล้วว่ามันมีอยู่จริง แล้วเม็ดเงินของการเล่นแต่ละครั้งนั้นค่อนข้างสูง บางไฟต์มวยคุู่ดัง ๆ มีเม็ดเงินอาจถึง 6 ถึง 7 หลักเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเราอยู่ในเวทีบรรยากาศราคาเรตมวย เราสามารถรู้ได้ทันที
ในสมัยก่อนนั้น เซียนพากย์ใช้วิธีการส่งสัญญาณ ยกตัวอย่างเช่นเอามือซ้ายแดงต่อ มือขวาน้ำเงินต่อ ราคาก็อยู่ที่คนขายจะกำหนด เช่นจับหัวต่อ 5-4 จับปากต่อ 2-1 จับไหล่ราคาขาด ซึ่งทำให้คนที่ไม่มีซิก ต้องเสี่ยงเล่นแบบวัดดวง แล้วดูรูปมวยด้วยสายตาตัวเอง เกิดการเสียเปรียบอย่างมาก
การขายซิกมีกันมานานมากกว่าสิบปี ตัวผมเองยังนึกตลกเลย คนขายซิกเก่งมากรู้มุมกล้องที่ถ่ายทอดสด ว่ากล้องจะถ่ายมุมไหน คนขายซิกก็ไปยืนมุมนั้น ให้เห็นว่า ราคาในเวทีตอนนี้ เซียนมวยจริง ๆ นั้นต่อราคาเท่าไหร่ ปัจจุบันเทคโนโลยี ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา มือถือเป็นสิ่งที่เราใช้อยู่ทุกวัน เซียนมวยต่าง ๆ ที่ขายซิกเริ่มจากการจขายซิกแบบเก่า(ขายสัญลักษณ์ จับหัวจับปากจับไหล่) หันมาขายเสียง ซึ่งคนที่ซื้อซิกก็โทรติดต่อโดยตรงกับคนพากย์ ทำให้ราคาที่ได้รับมานั้น มีความแม่นยำมาก ๆ พูดง่าย ๆ แทบจะเป็ยวินาที ต่อ วินาที
แต่พอได้รับความนิยมมาก ๆ ก็จะมีพวก หาผลประโยชน์ต่าง ๆ เข้ามาแฝง เอาเปรียบลูกค้า เอาเปรียบคนที่ซื้อซิก
คือพากย์เองจากหน้าตู้บ้าง ฟังจากคนอื่นแล้วมาพากย์เองบ้าง ทำให้คนที่ซื้อซิกไม่เพียงแต่เสียเงินค่าบริการแล้ว
แถมยังไปเสียหน้าตู้อีกด้วย มวยหูก็คือการฟังราคา เรตมวย หรือซื้อซิกที่เป็นเสียง จากคนที่ให้บริการพากย์จากเวที พากย์ราคาจากเซียนมวยทำให้ "คนที่มีมวยหู จะมีเปรียบทุกการเล่นพนันกับเพื่อน"
มวยหูพันมหาชัยเสียงเทพจากแดงหมอชิต

18 พฤศจิกายน 2555

มวยหู พัน มหาชัย พากย์สดจากขอบเวที

การันตีลูกค้ามากกว่า 300 สายทั่วไทย










การันตีลูกค้ามากกว่า 300 สายทั่วไทย  0812723222



















การันตีลูกค้ามากกว่า 300 สายทั่วไทย 0812723222


25 พฤษภาคม 2555

1ชีวิต เกิดมาต้องการความสุข

      "อย่าใช้ชีวิตเหมือนเข็มนาฬิกา เหมือนเดินไปข้างหน้า สุดท้ายกลับมาที่เดิม"
เรื่องแรก
ผมเป็นคนนึงซึ่งทำงาน ๆ และก็ทำงาน ย้อนกลับไปคิด 2ปีที่แล้วเป็นยังไง วันนี้ชีวิตดีขึ้นไหม และลองคิดไปอีกว่าอีก2ปี จะเป็นยังไง มานั่งคิดเล่นๆ ก็นึกขำว่า มันก็คงเป็นแบบวันนี้แหละ ทำงาน เปิดร้านซ่อม มือถือ ขายมือถือ ถามว่ารายได้ดีไหม 5xxxx ต่อเดือนผมว่าค่อนข้างโอเคเลยนะครับ แต่... วันนี้เรายังคงต้องทำงาน ๆ แบบนี้ตลอดไปจริง ๆ เหรอ แถมที่สำคัญเงินจำนวนนี้ไม่สามารถบอกให้ พ่อ-แม่ หยุดทำงานได้จริง ๆ เพราะลำพังตัวผมเองยังใช้เดือนชนเดือนเลยด้วยซ้ำ
    ตลอด 5ปีที่เปิดร้านมือถือ โคตรขยันและก็โคตรขยัน  แต่...ถ้าเครื่องมือที่ชื่อว่า"ธุรกิจมือถือ"มันดีจริงๆ 5ปีที่ผ่านผมคิดว่าผมน่าจะมีชีวิตที่สุขสบายไปนานแล้ว แสดงว่ามันไม่สามารถให้ความสุขที่ผมต้องการได้จริงๆ ตลอดการเปิดร้านมา5ปี ผมถึงต้องทำงานหลายๆ อย่างซึ่งเป็นในซีกของซื้อมาขายไป ค้าส่ง-ค้าปลีก ไปเมืองจีน วิ่งสำเพ็ง วิ่งประตูน้ำ ทำอะไรก็ได้ที่มันมีรายได้เพิ่มมากอีกหลายๆ ช่องทาง แต่..แล้วทุก ๆ งานมันต้องใช้ทั้งเวลาเพิ่มและเงินลงทุนมากๆ ถึงมีโอกาสประสพความสำเร็จ และแล้วงานหลายๆ ตัวที่เราขยันและลงมือไปทำมันก็ไม่ได้ให้สิ่งที่เราต้องการได้จริงๆ  
    แต่วันนี้ผมเจอแล้วครับงานที่สามารถสร้างชีวิตได้ สามารถให้สิ่งที่ผมต้องการได้ สามารถทำให้พ่อ-แม่มีความสุขได้...
                             
ผมมีแนวคิดว่า"ผมมีความสุขขายนะครับ"ติดต่อสอบถามได้ทางเฟสบุ๊คกับมือถือ0818863217พง


เรื่องที่สอง
การตัดสินใจในวันนั้น 15 ปีก่อน นั่งทบทวนแล้วก็นึกเสียใจในสิ่งที่ทำไป แต่ดีใจทียังเป็นคนดีของสังคม 
***สำคัญที่ว่าเราคิดอะไรมากกว่า****

    เวลาต่อจากนี้อะไรที่ทำให้คนแก่ 2 คนที่ดูแลเรามาจนโต จนเรียนจบ มีความสุข จะทำอย่างเต็มที่รักพ่อ-แม่มาก ๆ


-ที่เกริ่นเรื่องเหมือนจะแรงไปหน่อย การเดินทางในชีวิตที่ผ่านมา 15 ปีหลังเรียนจบการศึกษาปริญญาตรีจากกรุงเทพ ย้ายมาพิษณุโลกทั้งพ่อและแม่..น้องสาวด้วย ย้ายมาเปิดร้านถุงที่พิษณุโลก
-พ่อแม่ย้ายมาก่อนหน้าแล้ว ตอนนั้นยังเรียน ปวช.อยู่เลย
ตอนที่เรียนป.ตรี พ่อแม่ก็ส่งให้เรียนพูดได้ว่า เงินใช้พอสบาย ๆ แถมมหาลัยที่เรียนยังเป็นมหาลัยเอกชนอีกเทอมละ 30000 บาทได้ จำได้เลยหน่วยกิจละ 1400 บาทวิชาบังคับ 3 หน่วยกิจ เรียกได้ว่าแต่ละเทอมไม่กล้าติด F ไม่กล้าที่จะไม่ตั้งใจเรียนจริง ๆเพราะค่าหน่วยกิจแพงมาก ๆ  เรียนๆไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้คิดอะไร แต่ถามว่าตั้งใจไหม สุด ๆเหมือนกัน เรียนจบ ป.ตรีมาได้เกรดเฉลี่ย 2.99 สาขา วิศวะอิเล็ก.. ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะครับ 

-เข้าเรื่องเลยครับ พอเรียนจบสิ่งที่เป็นช่วงเวลาตัดสินใจในชีวิตจริง ๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดไรมากมาย ย้ายมาพิษณุโลก เปิดร้านให้พ่อ อยู่ร้านช่วยพ่อเฝ้าร้านเผลอแปปเดียวผ่านไป 1 ปีโดยที่ไม่ได้ตั้งใจกับงานที่ร้านเท่าไร พ่อยังถามว่า "ตกลงเราจะทำอะไร" พ่อหมายถึงว่าจะทำร้านถุงต่อจากพ่อไหม รึว่าอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง ประมาณว่าให้เราตัดสินใจอนาคตตัวเองว่าอยากทำอะไร ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรแต่ก็ทำร้านถุงแบบไม่ค่อยได้ตั้งใจเท่าไร จนมีโอกาสได้ไปเปิดร้านที่บิ๊กซีเปิดร้านขายเกมส์-เปิดร้านเน็ต-ขายของงานกาชาด-เปิดร้านมือถือ-เปิดโต๊ะบอล(เลิกแล้ว)-ทำอะไรหลาย ๆ อย่างไปเรื่อยโดยไม่คิดอะไรคิดแค่ว่า "อยากทำ อยากทำ อยากทำ"โดยไม่มีเป้าหมายชีวิตอะไรเลย  พอช่วง4-5 ปีหลังได้มาทำมือถือช่วงที่สอง ตั้งใจมาก ๆ เพื่อสร้างอนาคตล่ะ ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง รายได้ก็สามารถซื้อรึว่าใช้จ่ายในสิ่งที่เราอยากได้  แต่...เราลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปรึเปล่าครับ วันนี้สิ่งที่เราได้มาตั้งแต่เกิดจนเรียนจบ พ่อแม่เหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหน กว่าจะส่งเราเรียนจบ แต่พอเราเรียนจบทำงานเราก็อยากสร้างชีวิตเราให้มั่นคง แล้วความสุขของพ่อแม่ละ คืออะไร คือทำให้ลูกหนึ่งคน ส่งเสียจนเรียนจบ จนทำงาน(บางคนยังขอเงินอยู่เลย) พูดง่าย ๆ จนลูกสามารถดูแลตัวเองได้ อยู่ในสังคมได้
    คนแก่สองคนที่อยู่ที่บ้านไม่เคยเรียกร้องเอาอะไรจากเราเลย ไม่ว่าจะเป็น"เวลา เงิน"พ่อ แม่ แค่อยากเห็นเรามีความสุข ก็พอแล้ว เชื่อไหมครับ ทุกวันนี้พ่อแม่ผมยังทำงานเหนื่อยอยู่เลย ถามว่าต่อเดือนพ่อแม่ ได้เงินเยอะกว่าผมอีก แต่สุดท้ายเชื่อไหมครับเงินที่หามาได้เอาไว้ทำอะไร "ก็เก็บไว้ให้ลูกอีกนั่นแหละ" อะไรมันจะสุด ๆ ขนาดนี้... 

  นึกถึง15 ปีที่แล้วถ้าผมเป็นคนหนึ่งที่บอกพ่อ-แม่ไปว่า " พ่อแม่ พักผ่อนเหอะ เดี๋ยวพง ทำร้านถุงต่อเอง(ให้พ่อเป็นโค้ชแล้วผมเป็นคนเหนื่อยลงมือทำ) ถามว่ารายได้จะมากกว่าเดิมไหม อาจจะไม่ได้มากกว่าตอนที่พ่อ-แม่ทำ แต่ 15 ปีจนถึงวันนี้พ่อกับแม่ไม่ต้องเหนื่อยกายมากเท่านี้ "ขอโทษพ่อกับแม่จริง ๆครับ " 
    นับต่อจากนี้ผมจะขยันทำงาน แม้เป็นทำงานที่ไม่ได้ชอบ งานไม่ถนัด งานอาจจะเหนื่อยมาก แต่ถ้าทำให้พ่อแม่ หายเหนื่อย รึว่ามีเวลาพักผ่อน มีเวลาเที่ยว มีเวลาใช้ชีวิตเยอะ ๆ ผมจะทำอย่างตั้งใจสุด ๆ                      รัก พ่อแม่ มาก ๆ ...


                                      























11 พฤษภาคม 2555

ลดน้ำหนักอย่างไรให้ดูดี

ลดน้ำหนักอย่างไรให้ดูดี  โดยจริงๆแล้วเพื่อนๆได้ยินมาเยอะ ฟังมาเยอะ ลองมาก็เยอะ แต่ทำไมยังไม่ลดซักที(จริงป่ะ) สิ่งที่ผมจะถ่ายทอดเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่ผมได้ลองมากับตัวจริง ๆ แล้วเห็นว่ามันได้ผลเลยเอามาแบ่งปันกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ

*โดยส่วนใหญ่จะเป็นแนวคิด 80% +วิธีการ 20% เท่านั้น แต่ลดได้จริงแน่นอน*

                 แนะนำตัวเอง คร่าวๆก่อนละกันนะครับ ผม รักพงศ์ กาญจนโภคิน ปัจจุบัน(2555) อายุ 35ลากเม้าดูเอาครับปี ปัจจุบันสูง 157 ซม. นน. 69.3 กก...แม่เจ้า อวบระยะสุดท้ายจริง ๆ ทนไหวไหม ก็โอเคนะเพราะคิดว่า คงไม่อ้วนไปกว่านี้

พอมีความรู้ที่ถูกต้องแล้วเป็นแบบนี้ครับ
               
 แต่วันนึงก็เกิดแรงบันดาลใจค่อนข้างเยอะ รู้จักคุณหมอพนินทร์(หลายๆ คนคงรู้จักคุณหมอดี) น้ำหนัก 90 กก.ลดลงในเวลา 2เดือน เหลือ 72 กก  *แต่ที่เป็นแรงบันดาลใจมากๆคือคุณหมอเป็นคนที่แต่งตัวเก่งมาก เนี๊ยบมากๆ เวลาเจอทีไรมักจะดูชุดที่หมอเลือกมาใส่ บางชุดยังไงเคยจินตนาการไปว่าเราใส่คงหล่อมากแน่ๆ 55+ เป็นไปไม่ได้เลยถ้าเราอยากแต่งตัวหล่อ ๆ แบบนี้แล้วหุ่นเรายังกลมขนาดนี้เลยตัดสินไปใจบางสิ่งบางอย่าง ... เค้าบอกว่าการลดน้ำหนักยากมากต้องมีแรงบันดาลใจสุดๆ จริงๆ จึงจะลดได้เราคิดว่ายังไงเราทำได้แน่นอน "เพื่อนๆ ละคิดว่าตัวเองทำได้ไหมครับ"
                เริ่มอย่างไร...เราจะพูดกันแบบง่ายๆ แล้วลดได้ผลจริง ๆ ละกันนะครับ
1.เอาแบบไม่โกหกกันนะครับ ยังไงก็ต้องออกกำลังกาย ( ทำไม่ได้ก็ยากที่จะลดลง ต่อให้ลงก็กลับมา    อ้วนเหมือนเดิม )

2.เงิน ก็อีกนั้นแหละต้องมีเงินซับพอร์ตการดูแลน้ำหนัก(บางคนไปสถาบันลดน้ำหนักกันทีเดียวได้ผลไหม ได้ผลครับแต่โอกาสกลับมาอ้วนใหม่ก็สูง ) ถ้าไม่อยากเสียเงินก็ต้องควบคุมมากกว่าเดิมเยอะหน่อย

3.เวลา ถ้าไม่มีเวลา-บริหารเวลาจัดมาให้กับการออกกำลังกายแล้วละก็ยากเหมือนกันที่จะลดลงได้

4.เพื่อนๆก็รู้ว่าความสุขจริงๆ ของเราบางครั้งได้กินอาหารดีๆ อร่อยๆ นั้นแหละคือความสุข แต่หลังจากนั้น ก็มานั่งทุกข์อีกเรื่องน้ำหนักขึ้น

เรามาดูกันว่าเราอยากลดน้ำหนักจริง ๆ ไปทำไมเคยถามตัวเองไหมครับ
1.อยากผอม
2.อยากหุ่นดี
3.ไม่อยากอ้วน     ** เลือกได้ 1 ข้อนะครับอย่าโกหกตัวเองนะครับ


-ถ้าเลือกข้อ 3 เพื่อนๆ จะอ้วนไปตลอดชีวิตเพราะ ส่วนใหญ่เราจะไม่สามารถเอาชนะจิตใต้สำนึกของเราได้ เราแค่ไม่อยากอ้วน ไม่อยากอ้วน แต่อ้วนได้ไหม "เรายังไม่รู้คำตอบเลย"
*ถ้าเลือก 1,2 แสดงว่ามีเป้าหมายที่ชัดเจน มีโอกาสลดได้ครับ

แต่ผมอยากฝากแนวคิดดีๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนักโดยจริงๆแล้ว ถ้าเราอยากผอมรึว่าหุ่นดีนั้น สิ่งที่ได้รับเพิ่มเราจะห่างจาก"โรคร้าย"(สำคัญมาก) อีกด้วยซึ่งโรคที่ตามมากับความอ้วนนั้น อันตรายมากๆ 
แนวคิดเดิมๆที่เราเจอกันบ่อยๆ ว่าเวลาลดความอ้วน
1.ลดอาหาร ลดน้ำหนักได้แน่นอนแต่สิ่งที่พบเจอคือร่างกายเราจะส่งผลตอบสนองออกมาว่าเราอยากกินๆ ถึงเราลดได้จริง ๆในระยะต่อมา พอเรากินเพียงนิดหน่อยมันจะเกิดรีเฟคกลับมาอ้วนใหม่ได้ง่ายมากๆ เรียกว่า  "yo yo effect" 

2.ยาลดความอ้วน อันตรายยิ่งกว่า"ยาบ้า"ซะอีก เพราะมันทำหน้าที่กดประสาทไม่ให้เรารู้สึกหิว ทานมากๆจะทำให้ระบบในร่างกายผิดปกติ ในเครสใช้ยาลดน้ำหนัก ยังไงก็กลับมาอ้วนทุกรายจริงๆ บางรายเกิดอาการดื้อยาด้วยซ้ำซึ่งอันตรายมากๆแต่กลับหาซื้อได้ง่ายมากแทบไม่น่าเชื่อ (ภัยมืดจริงๆ)

3.ยาลดความอยากอาหาร กระตุ้นระบบประสาท ทำให้เราอยากอาหารลดลง แต่ผลเสียมหาศาล ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น,หัวใจเต้นช้าลง

4.ยาตัวอื่นๆ จำพวก ลดอาการซึมเศร้า,ยาลดการดูดซึมไขมัน,ยาขับปัสสาวะ,ยาถ่าย

5.เครื่องช่วยลดน้ำหนักตามสถาบันลดน้ำหนักต่างๆ (มีเงินก็โอเคนะ) ถามว่าลดได้ไหม"ลดได้ครับ"แต่ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าเรามีแนวคิดที่ไม่ถูกต้องก็กลับมาอ้วนใหม่ได้ง่ายมาก   


องค์ความรู้ที่เราต้องมี 


Body Mass Index (BMI) คือ ดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว / ความสูง ยกกำลังสอง
ซึ่งถ้าเราเข้าใจเรื่องนี่จริงๆ ทำให้เราควบคุมน้ำหนักได้ง่ายมากๆ 
ผมน้ำหนัก   69.3  /  1.57ม.*1.57ม.(ยกกำลังสอง)  BMI = 28.1 อ้วนนะครับ
ค่า BMI พื้นฐานเป็นแบบนี้ครับ
40 +มากกว่านี้ : โรคอ้วนขั้นสูงสุด "โรคจะตามมาเป็นโขยงแน่นอน ลดด่วนครับ"
35.0 - 39.9: โรคอ้วนขั้นที่ 2       "ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตแน่นอนครับ ลดให้ไวครับ"
28.5 - 34.9: โรคอ้วนขั้นที่ 1       "ถ้าอายุเกิน 35 ปีไปแล้วจะแย่เอาครับอย่าให้มากกว่านี้เลย"
23.5 - 28.4: น้ำหนักเกินแล้ว       " 70-80 % คนส่วนใหญ่จะอยู่แถวๆนี้ครับลดไม่ยาก เริ่มได้เลย"
18.5 - 23.4: น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ  "ดีมาก ๆ แล้วหมั่นออกกำลังก็โอเคแล้ว"
น้อยกว่า 18.5: น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์   "กุ้งแห้งไปนิด ไม่ต้องกังวลเรือ่งโรคอ้วนเลย"

**อย่าไปเครียดมากครับเอาไว้เป็นเกณฑ์คร่าวๆ ครับ

เรามาเรียนรู้เรื่อง "แคลลอรี่" ถ้าเข้าใจมันนะครับ กินยังไงก็ไม่อ้วนจริงๆ
ทำไมถึงบอกว่าอย่ากินข้าวเยอะเพราะคาโบไฮเดรท(ข้าวเปลี่ยนเป็นพลังงานแคลลอรี่เยอะนั่นเอง)

สารชีวโมเลกุลทั้ง 3 ชนิดในร่างกาย คือ ไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต
ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี
โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี

เมื่อร่างกายต้องการพลังงาน ร่างกายจะสลายคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานในลำดับแรก หาก
พลังงานที่ได้ยังไม่เพียงพอ ร่างกายจะสลายไขมันที่สะสมไว้ในลำดับต่อไป เมื่อไขมันถูกใช้หมดไป แต่ร่างกายยังต้องการพลังงานอีก โปรตีนจะถูกนำมาใช้ เป็นลำดับสุดท้าย

สารอาหารที่ให้พลังงาน คือ

1. คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานที่ดีที่สุด คาร์โบไฮเดรต 1 กรับ ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรตถูกนำไปใช้เป็นพลังงาน เมื่อใช้ไม่หมดจะเก็บสะสมไว้ในรูปของไกลโคเจน (Glycogen) โดยบางส่วนเก็บที่ตับ ซึ่งจะถูกดึงไปใช้รักษาระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อส่งไปเลี่ยงสมองในประมาณที่พอเพียง ส่วนที่เหลือเป็นส่วนใหญ่ จะเก็บในกล้ามเนื้อ ที่เหลือเก็บจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ซึ่งร่างกายรับไว้ใช้เป็นพลังงานสำรอง 

 2. โปรตีน เป็นสารอาหารที่มีอยู่ในทุกส่วนของเซลล์ในร่างกาย มีความสำคัญเป็นอันดับแรก โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี ใช้ในการเสริมสร้าง และซ่อมแซม มากกว่าที่จะใช้เป็นพลังงาน เพราะเวลาออกกำลังกาย เซลล์กล้ามเนื้อบางตัวหายไป ต้องใช้โปรตีนเสริมสร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ชำรุด ยกเว้นในกรณีที่ร่างกายขาดสารอาหาร พวกคาร์โบไฮเดรต และไขมัน จึงจะนำโปรตีนออกมาใช้เป็นพลังงาน นอกจากนี้โปรตีนยังจำเป็นในการสร้างกล้ามเนื้อ สร้างภูมิคุ้มกัน สร้างสารช่วยย่อย และสร้างฮอร์โมน การได้รับโปรตีนน้อย ทำให้การเจริญเติบโตช้า ภูมิต้านทานโรคต่ำ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร การได้รับโปรตีนมากเกินไป ทำให้ไตต้องทำงานหนัก ดังนั้น จึงควรได้รับในปริมาณที่พอเหมาะ

 3. ไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน มากกว่าคาร์โบไฮเดรต และโปรตีนประมาณ 2 เท่า ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี ไขมันย่อยยากกว่าคาร์โบไฮเดรต ฉะนั้น ร่างกายจะใช้คาร์โบไฮเดรตมาเผาผลาญ เพื่อให้เกิดพลังงานก่อน แล้วจึงใช้ไขมัน ไขมันยังมีหน้าที่เป็นตัวทำละลาย และตัวพาวิตามิน A D E K ซึ่งเป็นวิตามินละลายในไขมัน ให้ดูดซึมผ่านเข้าผนังลำไส้ได้ ส่วนวิตามิน เกลือแร่ และน้ำ ไม่ให้พลังงาน แต่ก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ทำให้ปฏิกิริยาต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้ตามปกติ

เมื่อเราเข้าใจเรื่องแคลลอรี่แล้วเรามาดูกันว่าเราทานได้วันละเท่าไรจึงไม่อ้วนกว่าเดิม 

เริ่มจากคำนวณต่อวันที่เราจะสามารถทานได้ ซึ่งถ้า

ในแต่ละวันเราทานน้อยกว่าที่กำหนด 5-7 กิโลแคลลอรี่ น้ำหนักจะลดลง 1 กรัม  ถ้ามากกว่าละก็ 5-7 กิโลแคลลอรี่จะเพิ่ม 1 กรัมเช่นกันแต่ถามว่าเราจะทานได้ในหนึ่งวันเท่าไรละ ?

เมื่อเราได้ค่าแคลลอรี่ต่อวันที่เราสามารถทานได้จริงๆ แล้วเรามาดูว่าในหนึ่งวันของเรามีกิจกรรมไรบ้างเช่น เราออกกำลังกายไหม ออกเยอะไหมแล้วเรายังสามารถทานเพิ่มได้อีก...โดยตารางจะมีดังนี้


สุดยอดไหมครับวันนี้เราลดน้ำหนักได้แน่นอนถ้าเรา รู้เรื่องแคลลอรี่จริงๆว่าในวันนึงๆเราทานได้ขนาดไหน

*อย่างผมวันนึงทานได้ 1800 kg.Kal แต่วันนี้เราทานแบบเดิมทุกมื้อแต่เราแบ่งเป็นช่วงเวลาทานอย่างมีระเบียบ น้ำหนักลงได้จริงๆ*
*เทคนิค ทานไข่ต้มแคลลอรี่น้อยกว่าไข่ดาวถึง 3เท่า* 

เรามาลองดูว่าในแต่ละวันเราโดนอะไรกันไปบ้าง
ผมงดทานกาแฟสดมา 15 วันลดลงฟรีๆยังไม่ได้ทำอะไรเลย 1กก.อย่างที่เรารู้ ๆกันอยู่กาแฟสด นมน้ำตาลเยอะมากเปลี่ยนเป็นพลังงานประมาณ 300Kg.Kal เลยทีเดียวก็แสดงว่า
"ถ้าผมทานกาแฟสด(บางวันสองแก้ว) ผมจะน้ำหนักเกินไปว่าปกติประมาณ 300/5=  60กรัม1 เดือนก็ 60*30 1800กรัม 1.8 กก.นั่นเอง "        
            
พลังงานที่ได้รับจากอาหารให้พลังงาน กิโลแคลอรี่พลังงานที่ได้รับจากอาหารให้พลังงาน กิโลแคลอรี่
ส้ม 1 ผล40ข้าวต้มมัด 1 คู่ 320
ต้มยำกุ้ง 50ถั่วดำต้มน้ำตาล 1 ถ้วย340
ผัดผักบุ้งจีน ครึ่งถ้วย 75ข้าวสวย 1 จาน350
แกงจืดผักกาดขาว 1ถ้วย110แกงกระหรี่ไก่ 1 ถ้วย365
ส้มตำ 1 จาน 120ก๊วยจั๊บ 1 ชาม 400
ไข่ลูกเขย 1 ฟอง 160ผัดซีอิ้วไส่ไข่440
นมจืด 1 กล่อง160ข้าวขาหมู 450
กล้วยไข่เชื่อม 2ลูก180ข้าวหมูแดง 500
ข้าวสวย 1 ถ้วย 230ข้าวมันไก่600
ข้าวต้มทรงเครื่อง1 ถ้วย230หอยทอดใส่ไข่ 650
ลอดช่องน้ำกระทิ 1 ถ้วย 290ผัดไทย 1 จาน800
พลังงานที่ใช้ กิจกรรมต่อชั่วโมง
กิโลแคลอรี่ ที่ใช้ต่อชั่วโมงพลังงานที่ใช้ กิจกรรมต่อชั่วโมง กิโลแคลอรี่ ที่ใช้ต่อชั่วโมง
นอนหลับ75วอลเล่ย์บอล, เล่นเพื่อสนุก350
ลงนอน (ไม่หลับ)85ขี่จักรยานด้วยความเร็ว 14.4กม./ชม.415
นั่งดูโทรทัศน์107เทนนิส, เล่นเพื่อสนุก450
นั่งทำงานใช้สมอง110เลื่อยไม้515
เย็บผ้า115ว่ายน้ำด้วยความเร็ว 2.00กม./ชม.600
รีดผ้า150วอลเล่ย์บอล, แข่งขัน600
เดินบนทางราบด้วยความเร็ว 3.2กม./ชม.180เทนนิส, แข่งขัน600
เดินลงบันได 214เดินขึ้นบันได้ด้วยความเร็ว3.2 กม./ชม. 640
ซักผ้าด้วยมือ240วิ่งบนทางราบด้วยความเร็ว 8.8กม./ชม.660
ขี่จักรยานด้วยความเร็ว 8.8กม./ชม.240ขี่จักรยานด้วยความเร็ว 20.0กม./ชม.660
ทำสวน250กรรเชียงเรือด้วยความเร็ว 5.6กม./ชม.660
เดินบนทางราบด้วยความเร็ว 4.8กม./ชม.260ว่ายน้ำด้วยความเร็ว 2.56กม./ชม.700
เดินบนทางราบด้วยความเร็ว 5.6กม./ชม.300วิ่งบนทางราบด้วยความเร็ว 12.8กม./ชม.825
ว่ายน้ำด้วยความเร็ว 1.12กม./ชม.300ว่ายน้ำด้วยความเร็ว 3.00กม./ชม.850
กรรเชียงเรือด้วยความเร็ว 4.0กม./ชม.300กรรเชียงเรือด้วยความเร็ว 17.6กม./ชม.970
เดินบนทางราบด้วยความเร็ว 6.4กม./ชม.350วิ่งบนทางราบด้วยความเร็ว 18.2กม./ชม.1,390



ดำ
"รู้จักควบคุมอาหารไม่ใช่ลดอาหาร"
แนวทางที่สำคัญมากสำหรับการลดน้ำหนัก

1.รับประทานขาว แป้ง น้ำตาลให้น้อยลง แน่นอนเรารู้กันมานานมาแล้ว ทำได้"หุ่นดีแน่นอน"

2.ยับยั้งการดูดซึมอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรท (AG BLOG)

3.ยับยั้งการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรท > ไขมันสะสม ต้องเบิร์นทิ้งให้หมด "ออกกำลังกาย" (AG BLOG - สารสกัดจากพริกช่วยการเผาพลาญพลังงาน)
4.ไขมัน เลี่ยงได้เลี่ยง งดได้ก็ดี ทอด>ต้ม,นึ่ง แล้วจะแฮปปี้

5.ลดการดูดซึมไขมัน Coffee Bean(6L)

6.เพิ่มการเบิร์นไขมัน "สารจำพวก ไคโตซาน พบมากในกุ้ง ปู" (6L) แอล-คาเนทีน

7.เพิ่มกระบวนการเผาพลาญไขมันที่สะสมอยู่  "ออกกำลังกาย" เท่านั้น

8.ลดความรู้สึกอยากอาหาร โดยร่างกายสามารถควบคุมด้วยกระบวนการภายในของตนเอง(6L)

9.ปรับการทานอาหารในแต่ละวัน "ไม่ยาก ทำได้ง่ายมาก ก่อนทานไรเข้าปากลองอ่านฉลากข้างๆให้พลังงานเท่าไรแล้วเราจะเลี่ยงได้จริง ๆ PEPSI 1แก้ว =80 KG.KAL 1.25 ลิตร= 800 KG.kal
 นมรสหวานให้พลังงานเยอะกว่านมพร่องมันเนยเยอะมาก ลองดูครับไม่ยากลดได้ชัวร์

10.ออกกำลังกายเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อ
    -เชื่อไหมครับ ถ้าเรามีกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อเราจะนำมาซึ่งการไหลเวียนเลือดที่ดีทำให้เวลาทานข้าว ทานขม มันจะย่อยง่ายมาก ๆ เพราะระบบไหลเสียนเลือดที่ดี
   -นักกีฬาใช้พลังงานมาก ทานก็เยอะ แต่เค้าสามารถเบิร์นทิ้งไปได้ทั้งหมด
   -แนะนำ ถ้าไม่มีเวลาจริง ๆ ง่ายมากครับ" กระโดดเชือก 10 นาทีลดไปได้ 130 kg Kal " สุดยอดมากๆ ครับ ควรออกกำลังแต่พอดีเท่าที่เราไหว

เช่น ใหม่ ๆ ยังยากอยู่แนะนำให้เดินแล้วก็อบอุ่นร่างกายเยอะ  ๆ พอเหงื่อเริ่ม ๆ ซึมแสดงว่าเราวอร์มได้ที่ละ เราก็ทำการกระโดดเชือกซักพัก - situp เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะถ้าเราเปลี่ยนจากไขมันส่วนเกินแล้วเป็นกล้ามเนื้อนะครับ พระเจ้าบอกได้คำเดียวว่า หุ่นดีตามาแน่นอน ไกลโรค ใส่เสื้อผ้าสวย ไปไหนใครก็ทัก   พอเริ่มอยู่ตัวแล้วนะครับใครสะดวกไปฟิตเนสก็ได้ ใครออกกำลังกายอยู่บ้านก็ได้ผมเชื่อครับว่าทุกคนเป้นคนที่มีหุ่นที่สวยงาม สวยหล่อกันทุกคนครับ

*เทคนิคออกกำลังกายให้ไม่น่าเบื่อในแต่ละวันครับ"
การออกกำลังกายช่วง 10 วันแรกอาจยังไม่ค่อยเห็นผลมากเท่าไรนะครับ มันจะไปเห็นผลตอนสัปดาห์ที่ 3-4 ไปแล้ว
1เครื่องชั่งแบบดิจิตอล เพราะแค่ลด .1 กก เราก็ยิ้มได้แล้วมันเป็นกำัลงใจตลอดเส้นทางครับ
2.เชือกกระโดด ประหยัด คุ้มค่า ยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก 555+
3.ลูกบอลออกกำลังกายครับแล้วเพื่อนๆ จะไม่เบื่อเลยครับ
ง่ายมากได้ผล ไม่เบื่อง่าย

สุดท้ายละ 
การออกกำลังกายคือ"การควบคุมน้ำหนัก" ไม่ให้เรากลับมาอ้วนอีก พร้อมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

"การลดน้ำหนัก"คือการที่เราทานอาหารอย่างถูกวิธี ทานเท่าเดิมแต่เลือกทานสิ่งที่มีค่าพลังงานต่ำ ๆ เช่นอย่างที่บอกไข่ดาวก็เปลี่ยนเป็นไข่ต้ม ลดกาแฟสด+น้ำที่มีน้ำตาลทุกชนิด
** กาแฟสด 1 แก้วมีนม+น้ำตาล รวมเป้น 300 Kg.Kal
จากค่าการคำนวณ 5 KgKal เปลี่ยนเป็นน้ำหนัก 1 กรัม
                    300 KgKal    ----"----------- 60 กรัม
1เดือนเพื่อน ๆ ลดฟรี ๆ 60*30 1800 กรัม  1.8 กก นั่นเอง

**น้ำอัดลม + น้ำให้ความหวาน 1 แก้วประมาณ 80-100 KgKal
วันนึงเราอาจทาน 3-5 แก้วเลยก็เป็นได้ถ้าเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่า 0 Kg.
แค่เลือกทาน เข้าใจเรื่องพลังงาน..... ลดอ้วนได้อย่างมากมาย




บทความดีๆเกี่ยวกับอาหารลดน้ำหนัก : แอปเปิ้ลเขียว : โจ๊ก :

คลิปเจ๋ง ๆ
 ของฝากการเล่นบอลออกกำลังกายแบบง่ายและได้ผลเร็วมาก

เดี๋ยวอีก 2-3 อาทิตย์เอารูป Before-After มาให้ดูนะครับ
คนที่รู้จักผม(รักพงศ์) ทุกคนต้องโชคดีครับ 

สินค้าหลุดจำนำร้านเคเคโมบาย

33